วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553

งานชิ้นที่ 3 เบี้ยยังชีพสงเคราะห์คนชรา

เบี้ยยังชีพสงเคราะห์คนชรา

โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 500 บาท เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่เดือน เมษายน 2552 เรื่อยมา และโครงการนี้ยังเป็นหนึ่งในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นนโยบายที่เน้นให้เงินไหลลงสู่เงินประชาชนมากที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจในการซื้อ ส่งผลให้เกิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งโครงการนี้มีปัญหาที่เกิดขึ้น คือ ผู้สูงอายุที่มีความลำบากมากจริง ๆ อาจจะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐในส่วนนี้ เช่นผู้สูงอายุชราภาพมากร่างกายอ่อนแอ หรือผู้สูงอายุที่อยู่ห่างไกล มีความลำบากด้านการคมนาคม ผู้สูงอายุเหล่านี้อาจไม่ได้รับทราบข่าวสารจากทางการหรือมีความลำบากในการมารับเบี้ยยังชีพ ฯ ปัญหาในส่วนนี้ทำให้ภาครัฐไม่สามารถให้การช่วยเหลือราษฏรได้อย่างทั่วถึง ซึ่งแนวทางในการแก้ไขนั้น รัฐบาลควรที่จะจัดสรรบุคลากรสำหรับการดำเนินการส่วนนี้เป็นพิเศษ เช่น การให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่นำเงินช่วยเหลือไปมอบให้ผู้สูงอายุที่ลำบากมากตามสมควรแล้วแต่ละกรณีจนถึงที่พักอาศัยโดยไม่ต้องให้มารับที่หน่วยงานหรือโอนผ่านบัญชีธนาคาร
โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ดำเนินการภายใต้หลักกฎหมายรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 โดยมีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ในมาตราต่อไปนี้คือ
รัฐธรรมนูญหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของชาวไทย
ส่วนที่ 9 สิทธิในการรับบริการสาธารณสุขและสวัสดิการจากรัฐ
มาตรา 53 บุคคลซึ่งมีอายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับสวัสดิการ สิ่งอำนวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ
จากบทบัญญัติในข้อนี้ สังเกตได้ว่าผู้สูงอายุย่อมได้รับสวัสดิการจากรัฐ ผู้ที่จะได้รับเบี้ยยังชีพจากรัฐบาลในโครงการนี้คือ จะต้องเป็นผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไปทั้งชายและหญิง และเป็นผู้ที่ไม่มีรายได้เพียงพอในการดำรงชีวิต จึงจะได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ
จะเห็นได้ว่า นโยบายการให้เบี้ยยังชีพคนชรานี้ มุ่งที่จะเสริมสร้างความเป็นอยู่ของผู้สูงอายุให้ดีขึ้นซึ่งมีการดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ความเป็นจริงแล้วข้าพเจ้ามองว่าการให้เบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุ เพียงเดือนละ 500 บาท นั้นไม่เพียงพอกับการใช้จ่ายของผู้สูงอายุในแต่ละเดือน และไม่สามารถที่จะสร้างความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างถาวรแก่ผู้สูงอายุได้

( ผู้เขียน นางสาว กิตติยาวดี เทพทัศน์ เลขที่ 4 ห้อง ส. 50 )

1 ความคิดเห็น: