(20พ.ย.) พ.ต.ท.สุพจน์ ชายป่า พนักงานสอบสวน สน.พระราชวัง นำตัว น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ หรือน้องยิ้ม ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ผู้ต้องหาคดีดูหมิ่นศาล หรือผู้พิพากษาในการพิจารณาหรือพิพากษาคดีระหว่างการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 198 ที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 - 7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-14 ,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำตามหน้าที่ ตามมาตรา 136 ที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมสำนวนพยานหลักฐาน 80 แผ่นและความเห็นสมควรสั่งฟ้อง เสนออัยพิเศษฝ่ายคดีอาญา 6 ขณะที่ น.ส.วิสาระดี ผู้ต้องหา ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมถึงอัยการสูงสุด ความยาว 5 หน้าด้วย ทั้งนี้อัยการได้นัดผู้ต้องหาฟังคำสั่งในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00น. โดย น.ส.วิสาระดี ได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ต้องทำสัญญาประกันตัวแต่อย่างใด
ภายหลัง น.ส.วิสาระดี กล่าวว่า ตนได้ทำหน้าที่ ส.ส. อภิปรายไม่ไว้วางใจ รมว.ต่างประเทศ ในสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีเจตนาดูหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ แต่อาจจะมีข้อความพาดพิงไปบ้างซึ่งไม่ตั้งใจ ขณะที่ตนจะต่อสู้คดี และยื่นร้องขอความเป็นธรรมให้อัยการ สอบพยานเพิ่มเติมฝ่ายตน รวม 20ปาก และการตรวจสอบภาพซีดีที่บันทึกการอภิปราย ซึ่งมีรายละเอียดคำต่อคำ รวมทั้งความคิดเห็นของนักวิชาการ และประชาชนด้วย
ขณะที่ นายคารม พลทะกลาง ทนายความ กล่าวว่า คำพูดที่อภิปรายไม่ได้รุนแรงอะไร แต่สถานการณ์รุนแรงกลายเป็นคดี ซึ่งความผิดนี้ไม่สามารถยอมความหรือไกล่เกลี่ยได้ แต่ฝ่ายตนมีข้อต่อสู้ คือ หากคดีนี้จะสั่งฟ้อง จะโต้แย้งประเด็นข้อกฎหมายด้วยว่า ผู้เสียหายไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ได้เป็นการร้องทุกข์ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งผู้ที่มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนไม่ได้เป็นตัวแทนของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยตัวตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่มีใครเข้าแจ้งความเอง เมื่อเป็นการร้องทุกข์แทนศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่ชอบ พนักงานสอบสวนก็ไม่มีอำนาจสอบสวนซึ่งส่งผลถึงอำนาจฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้สืบเนื่องจาก น.ส.วิสาระดี ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพาดพิงศาลรัฐธรรมนูญว่ากลั่นแกล้งยุบพรรคพลังประชาชน ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าเป็นคำอภิปรายที่ทำให้ศาลเสื่อมเสียชื่อเสียง เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ จึงเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 25 มี.ค.ในข้อหาดูหมิ่นศาลรัฐธรรมนูญ และดูหมิ่นเจ้าพนักงานดังกล่าว
วิเคราะห์ข่าว
ศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นศาลสูงสุด คำตัดสินของศาลทุกฝ่ายควรให้ความเคารพ การกระทำของส.ส.คนดังกล่าวนอกจากจะไม่เคารพศาล หรือหมิ่นศาลแล้ว ข้าพเจ้ายังเห็นว่า เป็นการหมิ่นและดูถูกดูแคลนอำนาจอธิปไตยของชาติ จากประเด็นดังกล่าวการวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินของศาลนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่า ถือเป็นการหมิ่นศาล เพราะส.ส.คนดังกล่าว ได้กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไทยรักไทยและพลังประชาชนโดยมิชอบ สร้างความเสื่อมเสียให้กับศาลฯ และกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างยิ่ ง ซึ่งอาจนำไปสูภาพลักษณ์ที่ไม่ดีสำหรับชาวต่างชาติที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมไทย และสำหรับประเด็นการฟ้องร้องซึ่งกฎหมายกำหนดว่าต้องให้ผู้เสียหาย ในกรณีนี้คือ ตัวผู้พิพากษามาฟ้องร้องเอง ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยเนื่องจาก ศาลรัฐธรรมนูญเป็นศาลสูงสุดของประชาชน ประชาชนทุกคนมีส่วนในคำตัดสินของศาลการพาดพิงศาลประชาชนจึงสามารถมีสิทธิฟ้องร้องแทนศาลได้
จัดทำโดย
นางสาวนริสรา อุปมา
ห้อง ส 50 เลขที่ 14

ดีค่ะ
ตอบลบ