วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การยื่นขอสิทธิในรัฐธรรมนูญ

การยื่นขอสิทธิในรัฐธรรมนูญ
ข่าวที่น่าสนใจตอนนี้ ส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ คือ the recognition of Buddhism as the national religion in a new constitution ,and the guarantee of equal rights for men and women, the charter of Constitution should also include a reference to those of other sexual orientation. แปลว่า พระต้องการให้บรรจุ คำว่า ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติไทย ส่วนพวกเบี่ยงเบนทางเพศ หรือเพศที่สาม ต้องการให้รัฐธรรมนูญรับรู้และให้สิทธิเสรีภาพ เท่าเทียมกับ เพศที่หนึ่ง และเพศที่สอง
โดยที่หลายฝ่ายล้วนมีเรื่องของตน ที่ต้องการให้บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ นั่นหมายความว่า หากคราวนี้รัฐธรรมนูญของอำนาจเผด็จการใส่หลักการไว้ไม่ครบถ้วน เมื่อประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดินอีกครั้งคงต้องแก้ไขกันให้ถึงที่สุด อย่างนั้นหรือ คำตอบที่น่าสนใจคือ ความจริงแล้ว รัฐธรรมนูญที่เป็นสากลนิยม จะกำหนดหลักการไว้อย่างกว้างๆ และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายลูกที่ต้องออกมารองรับรายละเอียดให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งตกลงกันไม่ได้ แน่นอนมีคนได้ต้องมีคนเสียอย่างน้อยตอนนี้ที่แคนาดา ราเกซ สักเสนา กำลังอยู่อย่างเป็นสุข เพราะแคนาดาไม่สามารถส่งผู้ร้ายข้ามแดนมาประเทศเผด็จการอย่างบ้านเรา

วิเคราะหข่าว

จากประเด็นข่าวดังกล่าวมีประชาชนส่วนหนึ่งที่ต้องการให้มีการระบุความต้องการของตนลงรัฐธรรมนูญซึ่งมีอยู่ 2 ประเด็นก็คือ
ประเด็นแรก พระต้องการให้บรรจุ คำว่า ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติไทย
จากความต้องการดังกล่าวเป็นความไม่เหมาะสมอย่างยิ่งเพราะว่าถ้ามีการระบุว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไทยแล้วนั้นนั่นก็หมายถึงว่าเป็นการบังคับให้ประชาชนทั้งหมดต้องหันมานับถือศาสนาพุทธซึ่งก็ถือว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพและถ้าประชาชนผู้ใดนับถือศาสนาอื่นนอกจากศาสนาพุทธถือว่าเป็นการผิดกฎหมายไม่ชอบโดยรัฐธรรมนูญดังนั้นข้าพเจ้าจึงเสนอความเห็นในเรื่องนี้ว่าในการที่จะระบุศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาตินั้นไม่สมควรที่จะระบุไว้ในรัฐธรรมนูญเพราะว่าการให้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งเราจะเอาความคิดของผู้หนึ่งผู้ใดไม่ได้
ประเด็นที่สองคือเพศที่สาม ต้องการให้รัฐธรรมนูญรับรู้และให้สิทธิเสรีภาพ เท่าเทียมกับ เพศที่หนึ่ง และเพศที่สอง จากข้อนี้ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่ควรที่จะระบุเพราะว่าในรัฐธรรมนูญไทยนั้นก็ได้ให้สิทธิและเสรีภาพประชาชนทุกคนอยู่แล้วและมีการระบุไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญซึ่งในรัฐธรรมนูญไทยนั้นก็ไม่ได้ระบุว่าผู้ใดที่มีลักษณะนิสัยและร่างกายที่ผิดบิดเบี้ยนไปจากธรรมชาตินั้นไม่มีสิทธิเท่าเทียมกับประชาชนผู้อื่น
ดังนั้นจากความต้องการทั้ง 2 ประเด็นที่ว่าพระต้องการให้บรรจุ คำว่า ศาสนาพุทธ เป็นศาสนาประจำชาติไทยและเพศที่สาม ต้องการให้รัฐธรรมนูญรับรู้และให้สิทธิเสรีภาพ เท่าเทียมกับ เพศที่หนึ่ง และเพศที่สองนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่งที่จะระบุไว้ในรัฐธรรมนูญไทยเพราะว่ารัฐธรรมนูญไทยก็ได้ระบุไว้ชัดเจนแล้วว่าความเสมอภาค ตาม มาตรา ๓๐ บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกันการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรมหรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้



จัดทำโดย
นางสาวโสภาวรรณ ศรีปัญญา
ห้องสังคม 50 เลขที่ 35

1 ความคิดเห็น: